0 Views

 

 

หลีฟางมองไปยังสตรีที่กำลังดิ้นและตะโกนด่าเสี่ยวหมิน นี่ทำให้หลีฟางรู้สึกขบขัน เวลานี้เสี่ยวหมินได้คาบคอเสื้อของนางเอาไว้ ทำให้ชุดของนางตึงเปรี๊ยะ และทำให้เห็นสัดส่วนของนาง หน้าอกที่สูงชันราวกับภูเขาไทซานที่ยากจะปีนป่ายขึ้นไป และร่องลึกระหว่างภูเขาที่ยากจะหยั่งถึง หากใครพลัดตกลงไปเขาอาจจะหายใจไม่ออกตายได้(เวอร์ไปไหม) หน้าอกของนางดูน่าสัมผัสอย่างมาก หากเป็นชายอื่นคงอดใจไม่ไหวเอื้อมมือไปสัมผัสอย่างแน่นอน และเขาคนนั้นก็คงจะถูกนางสังหารในภายหลังแน่นอน อามิตตาพุทธ

 

“ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้เลยนะเจ้ามังกรบ้า ข้าไม่ใช่ของเล่นเจ้านะ ข้าไม่น่ามาที่นี่เลย” สตรีนางนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว แต่ภายในน้ำเสียงของนางก็มีความหวาดกลัวปะปนอยู่ด้วยเช่นกัน เพราะนางรู้ว่ามังกรที่นางกำลังเผชิญหน้าอยู่ ไม่ใช่มังกรธรรมดาที่นางจะสามารถเอาชนะได้ และนางกำลังจะตาย แต่ที่นางโกรธเพราะว่ามันเป็นนิสัยของนาง นางเป็นสตรีผู้สูงศักดิ์แต่กลับถูกมังกรตนนี้ทำเหมือนนางเป็นของเล่น

 

หลีฟางหลุดหัวเราะออกมาหลังจากเห็นอาการของสตรีนางนี้ นี่ทำให้สตรีนางนั้นหยุดดิ้นทันที เวลากลางคืนเช่นนี้ทำให้นางมองใบหน้าของเขาไม่ชัดเจน นางสังเกตเห็นบุรุษคนหนึ่งที่ยืนอยู่ห่างจากนางไปประมาณ 10 ก้าว และจากการตรวจสอบพลังของเขา อยู่แค่ระดับจิตวิญญาณสวรรค์ขั้น 2 เท่านั้น

 

สตรีนางนั้นตะโกน “เจ้ารีบหนีไปเร็วเข้า ที่นี่อันตรายมาก” นางกลัวว่ามังกรตนนี้จะฆ่าบุรุษคนนั้นด้วยอีกคน นางเพิ่งจะเดินทางมาถึงที่นี่และนางเห็นราชามังกรตัวหนึ่งนอนอยู่ที่ค่ายของตระกูลหยุน นางตกใจอย่างมากว่ามังกรตัวนี้มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรและนางไม่คิดว่าจะมีใครอยู่แถวนี้แล้วด้วย

 

หลีฟางยิ้มจากนั้นเขาก็โบกมือ “ตุบ” เสี่ยวหมินปล่อยสตรีนางนั้นทันที เมื่อนางหล่นลงพื้น นางไม่รอช้าวิ่งไปฉุดแขนบุรุษที่เห็นให้วิ่งหนีทันที แต่เมื่อนางคว้าแขนของเขาและพยายามลากไป กลับพบว่าไม่ว่านางจะทำอย่างไร บุรุษคนนั้นก็ไม่ขยับเขยื้อนไปไหนเลย นี่ทำให้นางตกใจอย่างมาก

 

นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระวนกระวาย “รีบหนีเร็วเข้า” แต่ไม่ว่านางจะทำอย่างไรบุรุษคนนั้นก็ไม่ขยับเขยื้อนไปไหน นางจึงตัดสินใจปล่อยมือแล้ววิ่งหนีจากไปทันที

 

หลีฟางยิ้ม หลังจากเห็นสตรีนางนั้นวิ่งหนีไป จากนั้นหลีฟางก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงขบขัน “เสี่ยวหมินไปจับนางมา” เสี่ยวหมินกระโจนตามนางไปทันที ผ่านไปไม่นานมันก็กลับมาพร้อมกับสตรีคนเดิม

 

“เจ้ามังกรบ้า ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้เลยนะ” สตรีนางนั้นยังตะโกนด่าเสี่ยวหมินอย่างต่อเนื่อง

 

หลีฟางยิ้มจากนั้นเขาก็โบกมือ เสี่ยวหมินก็ปล่อยสตรีนางนั้นลงตรงหน้าของหลีฟาง “ตุบ” หลังจากหล่นลงสู่พื้น นางก็เงียบลงและเงยหน้ามองไปที่หลีฟางด้วยสายตาแปลกใจ เพราะราชามังกรตัวนี้เชื่อฟังหลีฟาง นี่ทำให้นางแปลกใจอย่างมาก หลังจากเมฆเคลื่อนผ่านไป แสงจันทร์กระทบเข้ากับใบหน้าของหลีฟาง ทำให้นางสามารถมองเห็นใบหน้าของหลีฟางชัดขึ้น นี่ทำให้ใบหน้าของนางกลายเป็นกรุ่นโกรธขึ้นมาทันที

 

สตรีนางนั้นลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง “เจ้ากลั่นแกล้งข้า เจ้าคนบ้า” จากนั้นนางก็จ้องไปที่หลีฟางตาเขม็ง

 

หลีฟางหัวเราะด้วยน้ำเสียงขบขัน นี่ยิ่งทำให้สตรีนางนั้นโกรธมากขึ้น “เจ้าหยุดหัวเราะเยาะข้าเดี๋ยวนี้เลยนะ” นี่เป็นสิ่งที่น่าอับอายอย่างมาก เพราะนางเป็นสตรีผู้สูงศักดิ์ แต่วันนี้ภาพพจน์ของนางเสียหายหมดแล้ว

 

หลีฟางยิ้ม “แม่ของเจ้าหายดีแล้วอย่างนั้นรึ” ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้นจากที่นางกำลังโกรธอยู่ก็พลันเปลี่ยนไปกลายเป็นยิ้มอย่างมีความสุขทันที นี่ไม่ใช่ใครนอกจาก จ้าวเยว่หวาน มารดาของนางดีขึ้นมากแล้ว และมีแนวโน้มว่าจะหายในอีกไม่ช้า หลังจากที่นางได้ยินเรื่องของหลีฟางในการประชุม นางจึงรีบตรงมาหาหลีฟางทันที

 

จ้าวเยว่หวานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเปี่ยมความสุข “ท่านแม่ของข้าดีขึ้นมากแล้ว” จากนั้นนางก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน “ว่าแต่ เจ้าบ้าไปแล้วหรือไง ถึงได้ไปล่วงเกินสำนักมังกรคู่ เจ้าเบื่อที่จะหายใจแล้วรึ เจ้านี่ชอบสร้างเรื่องนักหรือไง หากสำนักมังกรคู่กดดันท่านพ่อของข้ามากๆ บางทีท่านอาจจะไม่สามารถละเลยเรื่องของเจ้าได้” จ้าวเยว่หวานถอนหายใจยาว นางรู้ดีถึงเหตุผลที่สำนักมังกรคู่มาฟ้องเรื่องที่หลีฟางฆ่ารุ่นเยาว์ของพวกเขา เพราะว่าพวกเขาไม่อยากจะลงมือเองเพราะมันไม่คุ้มที่จะเสีย กว่าจะฆ่าหลีฟางได้พวกเขาอาจจะต้องเสียกำลังคนของเขาเป็นจำนวนมากแน่นอน พวกเขาจึงมาขอความช่วยเหลือจากฮ่องเต้แทน หากฮ่องเต้สั่งให้จัดการหลีฟาง สำนักใหญ่และตระกูลยักษ์ใหญ่จะต้องส่งคนมาช่วยสำนักมังกรคู่ในการจัดการกับหลีฟาง

 

หลีฟางยิ้มแล้วหัวเราะ ราวกับว่านี้ไม่ใช่เรื่องของเขา นี่ยิ่งทำให้ จ้าวเยว่หวาน ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดกับอาการของหลีฟาง และนางได้แต่ถอนหายใจ จากนั้นนางก็เอ่ยด้วยน้ำเสียซาบซึ้ง “ข้าขอบคุณเจ้ามากที่ช่วยชีวิตท่านแม่ของข้าไว้” จากนั้นนางก็ยิ้มให้กับหลีฟาง

 

หลีฟางพยักหน้าให้กับจ้าวเยว่หวาน นี่ทำให้จ้าวเยว่หวานรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย กับการแสดงออกของหลีฟาง หากใครได้เห็นรอยยิ้มของนาง พวกเขาจะต้องดีใจอย่างมาก แต่หลีฟางกลับทำเพียงพยักหน้าให้กับนางแค่นั้น นี่ทำให้นางรู้สึกผิดหวังอย่างมาก

 

จ้าวเยว่หวานเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย “แล้วเจ้าจะเดินทางไปยังขุมทรัพย์ราชันมังกรเมื่อไหร่” 

 

หลีฟางยิ้ม “ไปตอนนี้เลย”

 

จ้าวเยว่หวานโวยวาย “ข้าเพิ่งจะเดินทางมาถึงเองนะ นี่เจ้าจะไม่ให้ข้าพักบ้างเลยหรืออย่างไร”

 

หลีฟางมองไปที่ร่างของจ้าวเยว่หวาน จากนั้นเขาก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย“เจ้าเป็นถึงระดับจิตวิญญาณขั้นสูงสุด แต่เจ้ากลับบอกว่าเจ้าเหนี่อยเนี่ยนะ ข้าไม่เห็นเจ้ามีเหงื่อไหลออกมาสักเม็ดเลย” นี่ทำให้จ้าวเยว่หวานพูดไม่ออก

 

จ้าวเยว่หวานยิ้ม และนางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเอาแต่ใจ “ข้าเป็นสตรีนะ จะไม่ให้ข้าเหนื่อยได้อย่างไร ไม่รู้ละ วันนี้ข้าจะพัก พรุ่งนี้ค่อยออกเดินทาง”

 

หลีฟางพยักหน้า จากนั้นเขาก็เดินเข้ากระโจมไป และไม่สนใจจ้าวเยว่หวานอีก เสี่ยวหมินก็กลับไปนอนที่ของมัน ไม่มีใครให้ความสนใจจ้าวเยว่หวานเลย 

 

นี่ทำให้จ้าวเยว่หวานงงอย่างมาก จากนั้นนางก็โวยวาย “เจ้าจะไม่จัดที่พักให้ข้าเลยรึ” กระทืบเท้าด้วยความหงุดหงิด เพราะหลีฟางไม่ให้ความสนใจนางเลย ต่างจากคนอื่นที่พยายามจะเอาใจนาง เพื่อที่จะให้นางพูดคุยด้วย แต่หลีฟางกลับทำเฉยเมยกับนาง นี่ทำให้นางยิ่งรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้น

 

หลีฟางตะโกนกลับมา “เจ้าก็เลือกเอาสักกระโจมและรีบพักผ่อน พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางกันแต่เช้า” นี่ยิ่งสร้างความหงุดหงิดให้จ้าวเยว่หวานอย่างมาก นางจึงเดินเข้าไปในกระโจมของหลีฟาง

 

จ้าวเยว่หวานเข้ามาก็เห็นหลีฟางนั่งอยู่ที่เตียง จากนั้นนางก็มองไปรอบๆ ห้องนี้ถูกจัดอย่างเป็นระเบียบและประดับอย่างสวยงาม นี่เป็นสิ่งที่สาวๆ จัดการให้กับหลีฟางก่อนที่พวกนางจะจากไป

 

จ้าวเยว่หวานพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ข้าชอบกระโจมนี้ เจ้าออกไป ข้าจะนอนที่นี่”

 

หลีฟางยิ้ม “นี่เป็นกระโจมของข้า ทำไมข้าจะต้องออกไป แต่หากเจ้าอยากจะนอนร่วมเตียงกับข้า” จากนั้นหลีฟางก็มองไปที่ จ้าวเยว่หวานตั้งแต่หัวจรดเท้า จากนั้นเขาก็พยักอย่างพึงพอใจ “เจ้าก็ไม่เลวเหมือนกันนะ”

 

จ้าวเยว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงโกรธ “ใครอยากจะนอนร่วมเตียงกับเจ้ากัน เจ้าคนลามก” จากนั้นนางก็เดินออกไปด้วยท่าทางหงุดหงิด เดินหากระโจมอื่นนอน หลีฟางส่ายศีรษะ จากนั้นเขาก็หลับตาแล้วเขาฌานต่อ

 

เช้าวันถัดมา จ้าวเยว่หวาน ลืมตาตื่นขึ้นมา เพราะนางได้กลิ่นหอมของอาหารที่ชวนน้ำลายไหลอย่างมาก นี่ทำให้นางรีบออกมาจากกระโจมทันที นางเห็นหลีฟางกำลังนั่งกินอาหารอยู่กับเสี่ยวหมิน มีอาหารหลายชนิดใส่จานและวางอยู่บนผ้าที่ปูเอาไว้ นี่ทำให้นางรู้สึกขยะแขยงอย่างมาก นางรู้สึกว่านี่มันสกปรกถึงแม้ว่าจะมีผ้าปูเอาไว้ก็ตาม นางเป็นถึงองศ์หญิงผู้สูงศักดิ์ ย่อมไม่เคยลำบากนอนกลางดินกินกลางทรายมาก่อน แต่อาหารที่อยู่ตรงหน้าดูน่ากินอย่างมาก บวกกับกลิ่นหอมที่ชวนน้ำลายไหลของมัน นี่ทำให้ท้องของนางเริ่มร้องคำราม จ้าวเยว่หวานมองไปที่อาหารจากนั้นนางก็กลืนน้ำลาย

 

หลีฟางไม่หันมามองนาง “เจ้ามัวยืนรออะไรอยู่ รีบๆ มานั่งกิน เสร็จแล้วเราจะได้ไปกัน”

 

ประพันธ์โดย L