0 Views

บทที่ 59 ว่าด้วยทะเบียนบ้าน

ก่อนวันตรุษจีนซ่งหนานชวนแอบกลับไปที่เมือง C เพื่อเป้าหมายเดียว คือการไปเอาทะเบียนบ้าน

เขาไม่ได้บอกอะไรที่บ้าน ตั้งใจจะทำก่อนค่อยรายงานที่หลัง ใครเลยจะรู้ว่าขิงแก่ย่อมเผ็ดกว่าเสมอ พอเขาถึงบ้าน พ่อเขานั้นกำลังรออยู่ในห้องรับแขก

ซ่งหนานชวนแปลกใจนิดๆ แต่ก็ทำตัวนิ่งสงบ ไม่แสดงสีหน้าอะไร “พ่อครับ วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอครับ”

คุณซ่งมองเขาก่อนเย้ย “แกเองก็ไม่ไปทำงานเหมือนกันนี่”

“ผมแวะมาเยี่ยมพวกพ่อไง”

“มาหาพวกเราเหรอ ดูเหมือนแกจะกลับมาเพราะสิ่งนี้มากกว่ามั้ง” คุณซ่งชูมือขวา ที่กำลังถือทะเบียนบ้านที่ซ่งหนานชวนกำลังหาอยู่ขึ้นมา

ซ่งหนานชวนกัดริมฝึปาก เขาเดินไป นั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้ามบิดาตัวเอง “เงี่อนไขของพ่อคืออะไรครับ บอกผมมาเถอะ”

คุณซ่งหัวเราะ “ซีอีโอซ่งกำลังทำธุรกิจกับฉันอย่างนั้นเหรอ”

ซ่งหนานชวนมองพ่อตัวเองเงียบๆ ก่อนถาม “พ่อรู้ได้ยังไง ว่าผมจะกลับมาน่ะ”

“แกคิดว่าใครเป็นคนเลี้ยงแกมาน่ะ แค่ยื่นตูดออกมา ฉันก็รู้แล้วว่าขี้แกจะเป็นแบบไหนน่ะ”

ซ่งหนานชวน “…พ่อ คำพูดพ่อดูเหมือนจะหยาบขึ้นเรื่อยๆ เลยนะครับ”

“หึ ยังไงก็ไม่สู้แกหรอก อยากกินล็อบสเตอร์ที่นิวยอร์กเมื่อไหร่ ก็บินไปชิลล์ๆ”

ซ่งหนานชวน “….”

พ่อเขาจ้างคนไปตามส่องเว่ยป๋อของเผยอิงตั้งแต่เมื่อไหร่

“ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ผมก็จะแต่ง” ซ่งหนานชวนเอนหลังพิงโซฟา ด้วยท่าทางที่กำลังสื่อว่า “อยากทำอะไรก็ทำ”

คุณซ่งนิ่วหน้า “ฉันแค่ไม่เข้าใจว่าแกชอบเธอตรงไหน”

“ทุกตรง” ซ่งหนานชวนตอบ

ห้องรับแขกนั้นเงียบสงัด สายตาสองคู่จ้องมองกันไม่ลดละอย่างไร้เสียง หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่คุณซ่งก็ถอนหายใจ “ก็ได้ แม่แกพูดถูกแล้ว พวกแกสามคนน่ะ มีแต่เจ้าคนโตน่ะที่เชื่อฟัง ฉันไม่เข้าใจว่าพวกเราจะมีลูกอีกสองคนไปทำไม”

ซ่งหนานชวนตอบ “ถ้าไม่ใช่เพราะผมกับพี่รองช่วยกันเผาผลาญพลังงานของแม่ไปสองในสาม พี่ใหญ่คงพังไปเพราะกิจกรรมของแม่หมดแล้วล่ะครับ”

คุณซ่ง “….”

นั่นก็จริงอยู่

เขากระแอม ก่อนพูด “ถ้าแกตั้งใจจะแต่งงานกับเผยอิง แกก็ต้องทำให้เธอเข้าใจบางเรื่องด้วย ในเมื่อเธอจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเรา เธอควรจะระวังการกระทำของตัวเอง อย่าให้ขึ้นหน้าหนึ่ง แบบที่เคยขึ้นกับอวี้ไค่เจ๋ออีก

“พ่อไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก” เขายิ้มน้อยๆ ก่อนมองพ่อตัวเองพูด “ไหนๆ ก็พูดเรื่องนี้แล้ว เหมือนพ่อจะใส่ใจเรื่องวงการบันเทิงเป็นพิเศษเลยนะครับ”

“หืมม์ เห็นแกขึ้นพาดหัวข่าวบันเทิงทุกวันที่ทำฉันขายหน้าจริงๆ”

“ในอนาคตผมจะพยายามขึ้นพาดหัวข่าวการเงินให้ได้ล่ะกัน ตอนนี้พ่อเอาทะเบียนบ้านให้ผมได้หรือยังครับ”

“….” คุณซ่งนิ่วหน้า ถลึงตาใส่เขา ก่อนวางทะเบียนบ้านลงบนโต๊ะ “เอาไปสิ”

“ขอบคุณนะครับ พ่อ” สีหน้าซ่งหนานชวนเปลี่ยนไปทันที มุมปากนั้นยกขึ้นน้อยๆ ขณะที่ก้มลงหยิบทะเบียนบ้านบนโต๊ะ ก่อนลุกขึ้นเดินไปทางประตู

คุณซ่งร้องเรียก “แกไม่อยู่กินข้าวเที่ยงก่อนเหรอ”

“ไม่ล่ะครับ ผมยุ่งกับเรื่องเตรียมงานแต่งน่ะ ผมจะแจ้งอีกที่ตอนเตรียมทุกอย่างเสร็จแล้วนะครับ” ซ่งหนานชวนชูมือที่ถือทะเบียนบ้านขึ้น โบกไปมา พร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า

หลังจากออกคฤหาสน์ซ่ง เขาก็อดใจรอกลับถึงเมือง A ไม่ไหว กดโทรศัพท์หาเผยอิงทันที เธอที่กำลังเตรียมตัวแต่งงานเลยไม่ได้รับงานใหม่ และกำลังทำข้าวกลางวันอยู่ พอได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจากห้องรับแขก เธอก็สะบัดขาไล่เจ้าดำที่นั่งอยู่บนเท้าของเธออกเบาๆ ก่อนเดินไปรับโทรศัพท์ “ชวนชวน”

“ฉันไปเอาทะเบียนบ้านมาแล้วนะ และพ่อฉันก็อนุญาตให้แต่งงานแล้วด้วย” เสียงซ่งหนานชวนนั้นเริงร่ามาก

“เหรอคะ เยี่ยมไปเลย” ริมฝีปากเผยอิงยกขึ้นเหมือนได้รับความสุขจากเขามาเช่นกัน

ซ่งหนานชวนพูดต่อ “แต่เขาอยากบอกเธอว่า หลังจากพวกเราแต่งงานกันแล้ว เธอควรระวังตัวไม่ให้ตกเป็นข่าวฉาวกับคนอื่น โดยเฉพาะอวี้ไค่เจ๋อ”

เผยอิง “….”

เรื่องของเธอกับอวี้ไค่เจ๋อนี่นับเป็นข่าวฉาวได้ด้วยเหรอเนี่ย สื่อน่ะกุเรื่องทั้งหมดด้วยซ้ำ แต่เธอก้ตอบ “ฉันจะระวังค่ะ”

นอกจากตอนทำงานแล้ว เธอก็ไม่ได้สุงสิงอะไรกับดาราชายที่ไหนแล้วล่ะ

“งั้นก็ดี ตอนนี้ฉันกำลังกลับเมือง A เธอควรจะนัดเวลากับพ่อแม่เธอนะ”

“โอเคค่ะ คุณกินอะไรหรือยัง”

“ยังเลย”

“งั้นฉันจะรอคุณกลับมาทานด้วยกันนะคะ ฉันกำลังทำมื้อเที่ยง”

ซ่งหนานชวนหัวเราะพูด “ไม่ต้องรอฉันหรอก เธอกินก่อนได้เลย ไม่งั้นจะหิว”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกินขนมรองท้องก่อนได้ ฮ่าๆ อาหารจะอร่อยขึ้นเวลามีคนกินด้วยนะคะ”

ซ่งหนานชวนอดหัวเราะน้อยๆ ไม่ได้ “งั้น มื้อก่อนๆที่เธอกินคนเดียวล่ะ”

“คงเป็นอาหารหมาแล้วล่ะค่ะ”

“พรืด” ซ่งหนานชวนตะกุกตะกักออกมาในที่สุด “อิงอิง ทำไมเธอถึงน่ารักแบบนี้นะ”

พอเขาพูดคำว่า “น่ารัก” เผยอิงก็เริ่มคิดถึงภาพที่ซ่งหนานชวนนั้น “รักเธอ” แบบไหน และก็รู้สึกว่าโทรศัพท์ในมือร้อนฉ่าขึ้นมา “ฉันหมดเรื่องคุยกับคุณแล้วล่ะ ต้องโทรหาแม่แล้วค่ะ”

ไม่นานนักเผยอิงก็วางสาย ตบแก้มตัวเองเบาๆ ก่อนโทรหาแม่ตัวเอง

เมื่อได้ยินว่าซ่งหนานชวนจะมาเยี่ยมด้วยตัวเอง ครอบครัวเผยอิงนั้นก็รู้สึกดีใจและยินดีสุดๆ ก่อนเลือกวันที่ห้าของตรุษจีน

บ้านเกิดเผยอิงนั้นอยู่ที่เมืองเล็กๆ ทางเหนือ ซึ่งไม่มีสนามบิน ดังนั้นเธอและซ่งหนานชวนจึงต้องบินไปเมืองหลวงของภาคก่อนนั่งรถไปที่บ้าน

ตอนที่ลงจากเครื่องบิน เผยอิงเริ่มตัวสั่นจากความหนาว อากาศที่นี้หนาวกว่าเมือง A มาก และลมที่พัดมาทำให้เธออยากวิ่งกลับไปบนเครื่องบิน

“หนาวมากเหรอ” ซ่งหนานชวนดึงมือเธอมากุม หายใจรด และเริ่มถูมือเธอให้ “ไม่ใช่ว่ามีคำพูดว่าคนเมืองเหนือไม่กลัวความหนาวหรอกเหรอ”

“ไม่จริงสักหน่อย บ้านเรามีเครื่องทำความร้อนนะ คุณลองไปยืนตากอากาศหนาวข้างนอกดูสิ” นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนพูดแบบนี้กับเธอ เผยอิงเลยได้แต่ทำหน้ายู่ใส่ซ่งหนานชวน

เขายิ้ม ก่อนดึงผ้าพันคอตัวเองมาพันรอบคอเธอให้ “แล้วแบบนี้ล่ะ ยังหนาวอยู่ไหม”

เผยอิงส่ายหัว แต่พอเห็นเขามีแค่คอเสื้อปิดอยู่ก่อนอดถามไม่ได้ “คุณไม่หนาวเหรอคะ”

“ไม่หรอก ฉันเป็นผู้ชายนะ”

เผยอิง “….”

เรื่องที่ผู้ชายกับคนเหนือไม่กลัวหนาวน่ะ เป็นเรื่องโกหกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษย์ชาติเลยล่ะ!

“เดี๋ยวคุณก็เป็นไข้หรอกค่ะ เอาผ้าพันคอคุณคืนไปเถอะ” เผยอิงเริ่มดึงผ้าพันคอออก แต่ซ่งหนานชวนหยุดเธอไว้ ก่อนเอ่ย “ฉันไม่หนาวจริงๆ แต่หน้าเธอน่ะหนาวจนแดงไปหมดแล้วนะ”

“ถึงคุณจะไม่หนาว แต่ก็สวมผ้าพันคอเถอะค่ะ ฉันมีผ้าพันคอสองอันมันแปลกๆ” เผยอิงเขย่งขึ้นพันผ้าพันคอคืนให้ที่คอซ่งหนานชวน

หน้าผากของแอร์โฮสเตสที่ยืนอยู่ข้างๆ นั้นยู่ยี่ ถ้ามันหนาวก็รีบๆ เดินเข้าเถอะ ทำตัวหวานแหววแบบนี้ช่วยให้อุ่นขึ้นเหรอไงคะ

พวกคุณคิดว่ายังไง ถ้ามีคู่รักแบบนี้ตรงหน้าคุณ คุณจะทนยิ้มและทำงานต่อไปอย่างสง่างามได้เหรอ

แอร์โฮสเตสคนนี้จำหน้าเผยอิงกับซ่งหนานชวนได้ทั้งคู่ ตอนแรกที่เห็นพวกเขา เธอก็ตื่นเต้นอยู่หรอก แต่ตอนนี้เธออยากจับพวกเขาไปแขวนบนเว่ยป๋อสุดๆ

และเธอก็ทำจริงๆ ตอนพักเธอก็ล๊อคอินเข้าเว่ยป๋อไปเปิดโปงคู่รักคู่นี้ทันที

“ฉันเห็นเผยอิงกับซ่งหนานชวนที่สนามบินวันนี้ พวกเขาช่างเป็นนักทรมานหมาจริงๆ ทำเหมือนไม่มีคนอยู่รอบๆเลยล่ะ ฉันเจ็บปวดจริงๆ (อ้อนวอน) อ้อ ใช่ บทสนทนาของพวกเขาน่ะเป็นแบบนี้: ‘เธอหนาวหรือเปล่า เอาผ้าพันคอฉันไป’ ‘ไม่ ฉันไม่หนาว เอาผ้าพันคอคุณไป’ ‘ฉันเองก็ไม่หนาว เธอเอาผ้าพันคอไปเถอะ’ ฉันน่ะหนาวจะตายอยู่แล้ว เอาผ้าพันคอมานี่ และก็รีบไปได้แล้ว (โมโห)

ถึงเว่ยป๋อของแอร์โฮสเตสคนนี้จะไม่มีคนติดตามมากมายอะไร แต่เรื่องที่เธอโพสดันไปเตะตาแอคซุบซิบชื่อดังเข้า เลยดึงดูดชาวเนตมากมาย

“ว้าว! ซีอีโอซ่งรวยขนาดนี้ ทำไมไม่ซื้อผ้าพันคออีกผืนเลยล่ะ (อ้อนวอน)”

“มอบใจให้คุณแอร์ฯ เลย (หัวเราะจนร้องไห้) แต่ที่จริงฉันอดอิจฉาเรื่องที่เธอที่ได้เห็นคนทรมานหมาตัวเป็นๆ อยู่นะ (หัวเราะจนร้องไห้)”

“บทสนทนาแบบนี้นี่…. คุณยายฉุงเหยา[1]เป็นคนเขียนบทหรือเปล่าน่ะ (หัวเราะจนร้องไห้)” @เผยอิง

“พวกเธอน่ะมาดูคนทรมานหมาแบบนี้ แต่มีใครสังเกตุไหมว่าวันนี้คุณแอร์บินไปเมือง H น่ะ บ้านเกิดเผยเผยน่ะอยู่ใกล้เมือง H นิดเดียวเอง”

“Σ(°△°|||)︴ คำว่าเมือง H ทำให้ทุกคนตื่นกันหมด เผยอิงพาซีอีโอซ่งกลับบ้านตอนปีใหม่งั้นเหรอ

“ปาปารัสซี่เจ้าขา ไหนล่ะรายงานข่าวตามติดคุณน่ะ ตอนที่ 8 อยู่ไหน พวกเขาทั้งคู่ไปบ้านเกิดตอนปีใหม่กันแล้วนะ พวกคุณไม่อยากไปด้วยเหรอ (ด่าแหลก)”

“ฉันคาดการณ์ได้ว่าจะมีมหกรรมการเชือดหมาในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน ฉันอดกลัวไม่ได้เลย”

พอเห็นคนสนใจเว่ยป๋อที่เธอโพสไปมากมายขนาดนั้น แอร์โฮสเตสคนนั้นก็รีบลบทันที แต่หัวข้อกิจกรรมปีใหม่ของเผยอิงและซ่งหนานชวนก็เกาะกระแสพุ่งแรงเรียบร้อยแล้ว

ถึงกระนั้น คนในข่าวอย่างซ่งหนานชวนกับเผยอิงกลับไม่รู้เรื่องนี้แม้แต่น้อยนิด

ตอนคนขับรถเข้ามาย่านอพารตเมนท์ที่ตระกูลเผยอาศัยอยู่ ก็ทำเอายามอ้าปากค้างจนยัดแอปเปิ้ลเข้าไปได้ทั้งลูก

ทำงานที่นี่มาตั้งหลายปี นี่คือครั้งแรกของเขาที่เห็นรถหรูขนาดนี้ นี่มันญาติใครกัน

ขณะที่รถขับผ่านไป สายตาอึ้งๆ ของยามก็ยังตามติดรถไป

“ตรงนี้ค่ะ” พอรถขับมาถึงด้านล่างของตึกที่ตระกูลเผยพักอาศัยอยู่ เผยอิงก็บอกให้คนขับจอด

คุณนายเผยและเผยซิวหรานนั้นกำลังยืนรออยู่ด้านนอก เผยซิวหรานจำรถได้ เลยร้องออกมา “นั่นไง รถพี่เขย”

ขณะที่เขาพูด ประตูรถก็เปิดออกและซ่งหนานชวนก็ก้าวออกมา เผยอิงตามเขาออกมาอย่างตื่นเต้น ก่อนเริ่มต้นแนะนำ “นี่แม่ฉันค่ะ คุณเคยเจอน้องชายฉันแล้ว”

ซ่งหนานชวนพยักหน้าให้เธอ ก่อนมองไปทางคุณนายเผยที่สวมเสื้อโค้ทใหม่เอี่ยมสีแดง เป็นเรื่องปกติที่คุณนายเผยกับเผยอิงจะหน้าตาเหมือนกันมาก ถึงแม้จะมีอายุแล้ว คุณนายเผยก็ยังดูเด็กอยู่

“คุณป้า สวัสดีครับ ผมซ่งหนานชวน”

“คุณซ่ง สวัสดีค่ะ สวัสดี” คุณนายเผยละสายตาจากซ่งหนานชวนไม่ได้ เธอเคยเห็นรูปเขาในข่าว แต่ตัวจริงของเขานั้นดูหล่อกว่าในรูปหลายเท่า ไม่แค่หล่อเท่านั้น แต่เขายังรวยอีกด้วย ชาติก่อนพวกเขาต้องทำเรื่องดีๆไว้แน่ ที่ทำให้ซ่งหนานชวนมาหลงรักเผยอิงได้”

เมื่อเห็นแม่ตัวเองจ้องมองซ่งหนานชวนเน้นๆ เผยอิงก็เร่งขึ้นมา “แม่คะ ขึ้นไปคุยกันข้างบนเถอะค่ะ พวกเราอย่ามัวยืนอยู่ตรงนี้เลย”

“จริงด้วยสิ แน่นอน ขึ้นข้างบนกันเถอะค่ะ คุณซ่งคะ ทางนี้ค่ะ” คุณนายเผยเชิญซ่งหนานชวนเข้าไปข้างในอย่างกระตือรือร้น

[1] ฉุงเหยาเป็นคนเขียนนิยายรักชื่อดังค่ะ เป็นคนเขียนเรื่ององค์หญิงกำมะลอ/มนต์รักในสายฝน  ส่วนใหญ่ได้รับคำวิจารณ์ว่าน้ำเน่า และบทสนทนายืดเยื้อ