0 Views

หลิงเทียนถอนหายใจและเผยท่าทีเมินเฉย . แม้ว่าอัญมณีนภาครามเจิดจรัสนั้นจะเป็นสมบัติอันล้ำค่าหรือบางทีกระทั่งเป็นสมบัติที่คู่บ้านคู่เมือง , แต่มันก็ไม่ต่างอะไรไปกว่าหินที่เรืองแสงได้ในสายตาของหลิงเทียน . หรือบางทีถ้าให้พูดให้มันถูกหน่อยก็คือเป็นอัญมณีที่เรืองแสงได้นั่นแหละ . แต่อย่างไรก็ตาม , ไม่ว่ามันจะเป็นอัญมณีหรือว่าหิน , หลิงเทียนก็ไม่ได้สนใจมันเลยแม้แต่น้อย . ในใจของหลิงเทียนนั้น , อัญมณีนภาครามเจิดจรัสไม่สามารถจะเทียบได้กับขนมปังนึงในมือของเขา . อย่างน้อยๆ , ขนมปังนึ่งก็สามารถใช้มันประทังความหิวได้ . แต่สำหรับอัญมณีนภาครามเจิดจรัสนั้น , นอกจากการเก็บมันไว้ที่บ้านเพื่อดึงดูดเหล่าโจรแล้ว , มันก็ใช้อะไรไม่ได้อีก ! ไม่คิดเลยว่าหยางเว่ยนั้นยังคงทำราวกับว่ามันเป็นสมบัติ . แต่อย่างไรก็ตาม , มันไม่ได้ตระหนักเลยว่ามันนั้นได้นำกองระเบิดกลับไปไว้ที่บ้านของมันแล้ว . ทางด้านหลิงเฉิน , นางนั้นได้รับอิทธิพลจากหลิงเทียนมาตั้งแต่นางยังเด็กและเป็นธรรมดาที่จะไม่ให้ความสำคัญกับสิ่งของนอกกายดังกล่าว .

 

 

“ สมบัติชิ้นที่ห้าคือไข่มุกสีจันทร์แห่งสมุทรแดนใต้! ” ดูจากรอยยิ้มอันสดใสของเสี่ยวหยานเสวี่ยแล้ว , มันเห็นได้ชัดเลยว่านางนั้นพึงพอใจกับราคาของอัญมณีนภาครามเจิดจรัส .

 

 

“ 500,000 ตำลึงเงิน ! ” ก่อนที่เสี่ยวหยานเสวี่ยนั้นจะได้พูดราคาเริ่มต้น , เสียงอันใจเย็นก็ดังขึ้นและชายในชุดคลุมเขียวก็ลุงขึ้นอย่างช้าๆ . ด้วยใบหน้าที่ดูปราศจากความรู้สึกใด , เขาก็พูด , “ ข้าขอโทษด้วยนะแต่ข้ามีติดตัวอยู่เพียงแค่ 500,000 ตำลึงเงิน . แต่อย่างไรก็ตาม , ข้าจะต้องได้รับไข่มุกสีจันทร์แห่งสมุทรแดนใต้นี้แน่นอน . ”

 

 

รูปลักษณืของชายในชุดคลุมเขียวนั้นช่างธรรมดาเกินไป . เขานั้นไม่ได้สูงหรือเตี้ย , ไม่ได้อ้วนหรือผอมและไม่กระทั่งจะมีใบหน้าที่โดดเด่นอะไรเลย . เขาเป็นคนที่ทุกๆคนจะมองข้ามเมื่ออยู่ท่านกลางฝูงชน . แต่หากได้มองใกล้ๆ , ทุกๆคนจะตระหนักว่ามันยากมากที่จะประเมิณอายุที่แท้จริงของเขา . จากมองไปที่ชายในชุดเขียวผู้นี้ , มันไม่ได้แปลกที่จะพูดว่าเขานั้นอายุเพียง 20 หรือ 30 ปี . แต่ในเวลาเดียวกันนั้น , เขาก็ดูค่อนข้างจะมีอายุ 40 หรือไม่ก็ 50 ปี .

 

 

หลิงเทียนสูดอากาศเย็นยะเยือกเข้าไป ! หลิงเทียนที่เดิมทีตั้งใจจะเสนอราคาให้กับของชิ้นนี้ก็เปลี่ยนความคิดแทบจะไม่ทัน . หลิงเทียนรู้ดีว่าชายในชุดเขียวผู้นี้เป็นใคร ; เขาก็คือปรมาจารย์วรยุทธผู้ลึกลับที่อยู่นอกตำหนักหมอกสวรรค์ในวันนั้น . ที่แท้ก็กลายเป็นว่าเขายังอยู่ที่นี่ !

 

 

ไม่คิดเลยว่าปรมาจารย์เหนือโลกผู้นี้ยังต้องการซื้อไข่มุกสีจันทร์แห่งสมุทรแดนใต้ ! ถ้าหากเป็นเช่นนี้ , เขาต้องมีวิธีใช้ไข่มุกนี่อย่างแน่นอน . นอกจากนี้ , เขายังแสดงออกมาถึงความมั่นใจว่าเขาจะต้องได้รับไข่มุกนี้มาอีกด้วย . หลิงเทียนคาดเดาเอาไว้ว่าต่อให้ใครก็ตามที่ได้รับไข่มุกนี้ไปในตอนสุดท้าย , คนๆนั้นจะต้องไม่สามารถเก็บมันเอาไว้ได้อย่างแน่นอน . คำพูดของชายในชุดคลุมเขียวนั้นเป็นดั่งการบอกคนอื่นๆว่าเขามีเพียง 500,000 ตำลึงเงินแต่ต้องการไข่มุกสีจันทร์แห่งสมุทรแดนใต้ที่มีราคาแพงหูฉี่ . กล่าวอีกนัยหนึ่ง , ชายในชุดเขียวนั้นไม่มีทางเลือกนอกจากอาศัยการขโมยมัน .

 

 

เช่นนั้นแล้วหลิงเทียนจะโง่ไปรุกรานปรมาจารย์ผู้นี้เพียงเพื่อไข่มุกเม็ดเดียวได้อย่างไร ? ดังนั้น , หลิงเทียนจึงเลือกที่จะเงียบ .

 

 

“ ฮ่าๆๆๆๆ…เจ้ายาจกนี่มาจากที่ใดกัน ? มันกลับคิดว่ามันจะสามารถซื้อไข่มุกสีจันทร์แห่งสมุทรแดนใต้ได้ด้วยเงินเพียง 500,000 ตำลึงเงินงั้นรึ ? นี่มันฝันไปรึเปล่า ? ” เสียงเยาะเย้ยถากถางดังขึ้นมา , “ ข้าเสนอ 1,000,000 ตำลึงเงิน ! ”

 

 

โดยไม่ต้องหันไปมอง , หลิงเทียนก็สามารถเดาได้เลยว่ามันไม่มีใครอีกแล้วนอกเสียจากไอ้ปัญญาอ่อนหยางเว่ยที่สามารถจะพูดดูถูกเช่นนี้ออกมา . ในเวลาเดียวกันนั้น , เขาก็คิดกับตัวเอง , เจ้าบ้านี้ช่างเป็นตัวหายนะของตระกูลหยางเสียจริงๆ ! ตราบใดที่มีปัญหา , แน่นอนว่ามันจะต้องอยู่ที่นั่นเสมอเพื่อก่อกวนอย่างแน่นอน . สหายท่านนี้เป็นคนที่กระทั่งคุณชายผู้นี้ยังไม่สามารถยั่วยุได้ในตอนนี้ , แต่ตระกูลหยางของเจ้ากลับกล้าที่จะเยาะเย้ยเขา !

 

 

เสี่ยวหยานเสวี่ยพลันพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา , “ ราคาประมูลเริ่มต้นสำหรับไข่มุกสีจันทร์แห่งสมุทรแดนใต้นั้นอยู่ที่ 1,500,000 ตำลึงเงิน ! ขอให้นายน้อยหยางระวังคำพูดของตัวเองด้วย . ทุกๆคนที่นี่นั้นเป็นแขกของตระกูลเสี่ยวของข้าและไม่มีใครควรที่จะได้รับความอัปยศกลับไป . แต่…ลูกค้าท่านนี้ , นี่เป็นกฎของการประมูล . ถ้าหากท่านจำเป็นต้องใช้ของสิ่งนี้จริงๆและพกเงินมาน้อย , ท่านสามารถพูดมันก่อนที่จะเริ่มประมูล . แต่อย่างไรก็ตาม , หยานเสวี่ยนั้นไม่สามารถช่วยท่านได้แล้วในตอนนี้ , และข้าทำได้เพียงแค่ขออภัย ! ”

 

 

ชายในชุดคลุมเขียวมองไปที่เสี่ยวหยานเสวี่ยด้วยท่าทางแปลกใจและจ้องไปที่หยางเว่ยก่อนจะตอบเพียง ‘ อืม ’ . จากนั้นเขาก็นั่งลงเงียบๆและไม่ได้พูดคำใดออกมา .

 

 

หลิงเทียนพลันเสียใจกับการขาดวิสัยทัศน์ของเสี่ยวหยานเสวี่ย . ถ้าหากนางสามารถขายไข่มุกให้กับชายในชุดเขียวผู้นี้ในราคา 500,000 ตำลึงเงินได้ , ชายในชุดเขียวก็จะต้องประทับใจต่อนางอย่างแน่นอน . การได้รับความประทับใจจากตัวตนเช่นนี้นั้นแน่นอนว่าเป็นโอกาสที่หาได้ยาก ! ช่างน่าสงสาร !

 

 

จากนั้นเขาก็มองไปที่หยางเว่ยอย่างสมเพชและแอบมอบพวงหรีดดอกไม้ให้กับหยางเว่ยอยู่ภายในใจของเขา .

 

 

เรื่องของชายในชุดเขียวนั้นเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆในงานประมูลนี้และก็ไม่มีใครเก็บมันไปคิดอีกเป็นครั้งที่สอง . เฉียนสุ่ยโหรวรีบเสนอราคาออกไป 2,000,0000 ตำลึงเงินทันทีและตงฟางจิงเล่ยก็เสนอต่อจากนางเป็น 3,000,000 ตำลึงเงินเมื่อเขาเห็นว่าหลิงเทียนไม่ได้เปิดปากพูดอะไร .

 

 

หลิงเทียนพลันมองไปที่เฉียนสุ่ยโหรวและยิ้มก่อนจะคิด . สาวน้อยผู้นี้ถือได้ว่าเป็นคนที่เฉลียวฉลาด . ไม่ว่าสิ่งใดที่คุณชายผู้นี้ชอบ , สาวน้อยผู้นี้ก็จะมีส่วนรวมในการเสนอราคาด้วยอย่างแน่นอน . เพียงแค่สายตาในการมองสิ่งต่างๆเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอแล้วสำหรับหลิงเทียนที่จะมองนางแตกต่างออกไปอีกแบบ .

 

 

เมื่อราคาสูงขึ้น , ตระกูลหยางก็เป็นฝ่ายแรกที่ยอมแพ้ในการประมูลไข่มุกนี้ไป . เหลือเพียงแค่ตงฟางจิงเล่ยและเฉียนสุ่ยโหรวเท่านั้นที่ยังคงอยู่ในสงครามเสนอราคา . ทางด้านหลิงเทียนที่คอยสังเกตดูพวกเขาจากด้านข้าง , เขาก็มั่นใจว่าทั้งสองนั้นต้องรู้ถึงคุณค่าที่แท้จริงของไข่มุกสีจันทร์แห่งสมุทรแดนใต้อย่างแน่นอน . อีกอย่าง , การมีของประเภทนี้อยู่กับเป็นดั่งการมีสมบัติที่สามารถช่วยชีวิตอีกอย่างหนึ่ง . นอกจากนี้ , มันเป็นสิ่งที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้เรื่อยๆ . รักษาโรคร้ายแรง , อาการบาดเจ็บภายนอกหรือกระทั่งอาการบาดเจ็บภายใน , ไข่มุกสีจันทร์แห่งสมุทรแดนใต้นี้มีประโยชน์มากมาย .

 

 

แต่อย่างไรก็ตาม , พวกเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าสมบัติช่วยชีวิตที่พวกเขากำลังสู้กันเพื่อให้ได้มันมาได้กลับกลายเป็นเครื่องรางที่คร่าชีวิต ! ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้มันไป , คนๆนั้นก็จะต้องได้ไปทักทายกับพญายมอย่างแน่นอน ! คนที่อยู่จุดสูงสุดของเส้นทางวรยุทธจะเป็นมิตรต่อทุกคนได้อย่างไร ?

 

 

นับตั้งแต่ที่ชายในชุดเขียวเปิดปากพูด , ในสายตาของหลิงเทียนแล้ว, ไข่มุกสีจันทร์แห่งสมุทรแดนใต้ก็ไม่ต่างอะไรไปกว่าเครื่องรางที่นำพาไปสู่การคร่าชีวิต. พอเขามองไปที่เฉียนสุ่ยโหรวและตงฟางจิงเล่ยสู้กันเพื่อของสิ่งนี้อย่างน่าตื่นเต้น , หลิงเทียนก็ส่ายหน้าและถอนหายใจออกมา .

 

 

ในที่สุด , เฉียนสุยโหรวก็ได้รับไข่มุกไปด้วยราคาสูงเสียดฟ้าถึง 18,000,000 ตำลึงเงิน . นางพลันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกและเผยรอยยิ้มบนใบหน้าของนาง . หลิงเทียนพลันส่ายหน้าและคิดกับตัวเอง , มันใช่เรื่องที่เจ้าต้องมีความสุขรึเปล่าเนี่ย ? เจ้าเพิ่งจะจ่ายออกไปถึง 18,000,000 ตำลึงเงินเพื่อซื้อตั๋วไปลงนรกของตัวเองนะ !

 

 

“ สมบัติชิ้นที่หกนั้นคือแผ่นเหล็กทมิฬที่หนักถึง 175 ชั่ง [ 87.5 กิโลกรัม ] . ” เสี่ยวหยานเสวี่ยลันยิ้มอย่างมีความสุขและพูด , “ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1,000,000 ตำลึงเงิน . ทุกๆคนควรจะรู้ไว้ว่าเหล็กทมิฬนั้นเป็นสมบัติที่สามารถหลอมเป็นอาวุธได้ . ตราบใดที่สามตำลึงของมันนั้นถูกหลอมรวมเข้ากับอาวุธ [ 3 ตำลึง = 180 กรัม ] , อาวุธธรรมดาๆก็จะกลายเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ทันทีและตัดโลหะได้เหมือนตัดดินเหนี่ยว . ”

 

 

พอเสี่ยวหยานเสวี่ยพูดเช่นนั้นออกมา , ทั่วทั้งลานประมูลก็ตกลงสู่ความเงียบงันและไม่มีใครสักคนที่เสนอราคาออกมา ! ใบหน้าของทุกๆคนนั้นเปลี่ยนไปแบบแปลกๆ .

 

 

ทุกๆคนนั้นรู้ว่าถึงแม้เหล็กทมิฬนั้นจะเป็นวัตถุดิบที่ดีและที่เสี่ยวหยานเสวี่ยก็ไม่ได้พูดเกินไปแม้แต่น้อย , แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่จะละลายแผ่นเหล็กโลหะทมิฬชิ้นนี้ . ด้วยวิธีหลอมละลายมันได้หายสาปสูญไปแล้วถึงหนึ่งร้อยปีก่อน , เช่นนั้นแล้วอาวุธศักดิ์สิทธิ์จะถูกสร้างขึ้นมาอย่างไรถ้าไม่มีวิธีหลอมละลายมัน ? ถ้าหากมันไม่สามารถใช้ได้ , แล้วจะซื้อก้อนเหล็กทมิฬที่ไร้ประโยชน์ไปเพื่ออะไร ? หรือพวกเขาควรจะซื้อมันเพื่อเอาไปใช้เป็นหมอน ?

 

 

ผ่านไปสักพัก , ทุกๆคนก็ยังคงเงียบและเสี่ยวหยานเสวี่ยก็เริ่มเผยความกระวนกระวายออกมา . ในฐานะที่เป็นเจ้าภาพจัดงานประมูล , ถ้าหากพวกนางมีสิ่งของใดๆที่ไม่สามารถประมูลออกไปได้ , มันจะสร้างความอับอายอย่างใหญ่หลวงให้แก่เจ้าภาพและพวกนางก็จะต้องกลายเป็นตัวตลกอย่างแน่นอน . สำหรับพวกนางที่ได้นำบางสิ่งที่พวกนางคิดว่ามีค่าแต่กลับไม่มีใครอยากจะประมูลมันไปก็ไม่ต่างอะไรไปกว่าเรื่องน่าหัวร่อ !

 

 

สายตาของเสี่ยวหยานเสวี่ยจับจ้องไปที่หลิงเทียน . นางนั้นรู้ชัดเจนอย่างมากว่าเหล็กทมิฬถูกให้นำมาที่นี่ก็เพื่อทดสอบหลิงเทียน . แต่อย่างไรก็ตาม , เสี่ยวหยานเสวี่ยเห็นเพียงแค่หลิงเทียนกำลังลอกเปลือกองุ่นออกและป้อมใส่ปากหลิงเฉิน . ตั้งแต่ตนจนจบ , หลิงเทียนนั้นไม่เคยมองไปที่เสี่ยวหยานเสวี่ยก่อนเลย , และมันก็เห็นได้ชัดเลยว่าคุณชายหลิงนั้นไม่ได้สนใจในตัวเหล็กทมิฬเลยแม้แต่น้อย .

 

 

ใจของเสี่ยวหยานเสวี่ยห่อเหี่ยวอย่างสมบูรณ์ . ช่างน่าอับอายอะไรเช่นนี้ ! นางพลันอดไม่ได้ที่จะตำหนิเสี่ยวเฟิงหานผู้เป็นปู่ของนางอยู่ในใจ . ทำไมเขาถึงต้องให้ข้าเอาเจ้านี่มาที่อาณาจักรครองฟ้าด้วยนะ ? จะเป็นไปได้อย่างไรที่ไอ้บ้าหลิงเทียนนั้นจะมีความสามารถพอที่จะใช้มันได้ ? เห็นมั้ย ? พวกเราในตอนนี้กลายเป็นตัวตลกไปแล้ว !

 

 

เสี่ยวหยานเสวี่ยถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อเห็นว่าไม่มีคนอยากจะประมูลมัน , เสี่ยวหยานเสวี่ยอยากจะแจ้งออกไปว่าสิ่งของชิ้นนี้จัไม่ขาย . แต่อย่างไรก็ตาม , นางก็ได้ยินเสียงที่นุ่มนวลดังขึ้นมา , “ เหตุใดสิ่งของที่ดีเช่นนี้ถึงไม่มีใครสนสนใจกัน ? นางบำเรอผู้ต่ำต้อยผู้นี้ของเสนอ 1,100,000 ตำลึงเงิน ”

 

 

เสี่ยวหยานเสวี่ยรู้สึกโล่งใจราวกับว่าภูเขาที่ทับถมนางอยู่ได้ถูกยกออกจากบ่าไปแล้ว . ในที่สุดก็มีคนเสนอราคาขึ้นมา .

 

 

พอทุกๆคนหันกลับไปดูที่เจ้าของเสียง , พวกทั้งหมดก็ตกตะลึง . เจ้าของเสียงนั้นเป็หญิงสาววัยกลางคนที่ยังคงมีเสน่ห์และงดงามอย่างยิ่ง . นางนั้นคือเจ้าตำหนักของตำหนักหมอกสวรรค์ , กู่ซี่หยาน . จากนั้นกู่ซี่หยานก็พูดด้วยร้อยยิ้ม , “ เป็นเรื่องบังเอิญที่พวกเราตำหนักหมอกสวรรค์นั้นยังขาดสมบัติที่จะมาทำเป็นสัญลักษณ์ของตำหนักของพวกเรา . นับตั้งแต่ที่น้องสาวเสี่ยวนั้นส่งเหล็กทมิฬมาให้กับพวกเรา , ข้าจะขอบคุณท่านมากๆสำหรับมัน . นางบำเรอผู้ต่ำต้อยผู้นี้มีทุนที่จำกัดและข้าก็หวังว่าท่านผู้ดีทั้งหลายที่นี่จะให้โอกาสแก่นางบำเรอผู้ต่ำต้อยผู้นี้บ้าง . ข้าหวังว่าทุกๆคนจะไม่สู้ราคากับข้าสำหรับของชิ้นนี้และนางบำเรอผู้ต่ำต้อยผู้นี้ก็จะขอบคุณทุกๆท่านล่วงหน้า . ”

 

 

เสี่ยวหยานเสวี่ยมองไปที่กู่ซี่หยานด้วยสายตาที่ขอบคุณ . กู่ซี่หยานนั้นเป็นเพียงเจ้าของเหลาและก้อนเหล็กทมิฬแผ่นใหญ่นี้ก็เห็นได้ชัดเลยว่าไร้ประโยชน์สำหรับนาง . แต่อย่างไรก็ตาม , นางก็ยังยอมจ่ายออกมามากกว่าหนึ่งล้านตำลึงเงินเพียงเพื่อช่วยนางให้ออกจากสถานการณ์เช่นนี้ . ดังนั้น , เสี่ยวหยานเสวี่ยจึงรู้สึกประทับใจอยู่ภายในใจอย่างมากและหวังว่านางจะสามารถมอบก้อนเหล็กทมิฬนี้ให้กับกู่ซี่หยานแบบฟรีๆ . นอกจากนี้ , ในฐานะเถ้าแก้เนี้ยของเหลาแห่งนี้ , นางนั้นกลับมีกิริยาท่าทางที่เที่ยงตรงและสามารถไว้หน้าทุกๆคนที่นี่ในวันนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม . ช่างเป็นสิ่งที่หาได้ยากจริงๆ !

 

 

“ สิ่งของชิ้นสุดท้ายจะเริ่มที่หนึ่งตำลึงเงินและไม่มีขั้นต่ำในการเพิ่มราคา . ” เมื่อเห็นว่ากู่ซี่หยานส่งคนมาแบกก้อนเหล็กทมิฬออกไปจากเวที , เสี่ยวหยานเสวี่ยก็พูดคำที่ทำให้ทุกคนตกตะลึง .

 

 

“ หนึ่งตำลึงเงิน ? ไม่มีขั้นต่ำในการเพิ่มราคาด้วย ? เป็นสิ่งของประเภทใดกัน ? ” มีคนเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น .

 

 

พอหลิงเทียนหันไปรอบๆ , เขาก็ตระหนักได้ทันทีว่าคนที่เพิ่งจะพูดออกไปนี้เป็นคนเดียวกันที่เออออตามเสี่ยวหยานเสวี่ยในตอนเริ่มงานประมูล . หลิงเทียนพลันยิ้มและคิด , เป็นอย่างที่ข้าคิดไว้จริง , มันเป็นหน้าม้าของนาง !

 

 

จากนั้นเสี่ยวหยานเสวี่ยก็ยิ้ม , “ สมบัติชิ้นนี้เป็นกระบี่ของผู้นำนิกายอวี้ซ่างเทียนจากเมื่อพันปีก่อน , กระบี่ทะลายสวรรค์ ! สำหรับเมื่อพันปีที่ผ่านมา , มันมักจะมีตำนานที่บอกถึงความลับที่สั่นสะเทือนไปทั้งสวรรค์ซ่อนอยู่ภายใจกระบี่ ‘ ทลายสวรรค์ ’ ! คนที่สามารถได้รับกระบี่นี้ไปจะสามารถคว้าความลับนี้และกลายเป็นผู้ที่ปกครองโลก ! ”

 

 

ราวกับว่าเสียงของเสี่ยวหยานเสวี่ยนั้นดังประดุจสายฟ้าฟาด , ทุกๆคนในที่นี้ตกตะลึงจากคำพูดของนาง ! มีมากมายหลายคนที่กระทั่งยืนขึ้นโดยสัญชาตญาณเมื่อได้ยินคำว่า ‘ ทะลายสวรรค์ ’ !

 

 

กระบี่ทะลายสวรรค์ ! ไม่คิดเลยว่ากระบี่ทะลายสวรรค์จะอยู่ที่นี่ !

 

***

 

โปรโมชั่นทุกกลุ่ม 300 บาท เดือนเมษายน (5/7)

กลุ่มลับถึงกลุ่มที่ 7

INBOX เข้ามาที่เพจได้เลย